การติดตั้ง SQL Server ลงเครื่องตัวเองเพื่อการฝึกฝนด้วยตนเอง

คุณอยากรู้จัก SQL Server มากขึ้น อยากรู้จักคำสั่งของมันมากขึ้น อยากรู้ว่ามันทำงานยังไง แต่ก่อนที่คุณจะรู้สิ่งนี้ คุณต้องมี SQL Server ไว้ใช้งานก่อน แต่การติดตั้งจะยุ่งยากไหม บทความนี้ได้รวบรวมวีดีโอการติดตั้ง SQL Server รวมถึงเครื่องมือที่คุณต้องติดตั้งเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถใช้งาน SQL Server ได้ในเครื่องของคุณเอง และเพื่อความเข้าใจง่ายสำหรับผู้เริ่มต้น ผู้จัดทำได้ตัดส่วนที่ไม่จำเป็นสำหรับการติดตั้ง แค่ทำตามเพียงอย่างเดียว ก็สามารถติดตั้งลงในเครื่องตัวเองได้แล้ว

อ่านเพิ่มเติม “การติดตั้ง SQL Server ลงเครื่องตัวเองเพื่อการฝึกฝนด้วยตนเอง”

ประเภทของจำนวน\Classification of Numbers

ก่อนที่จะจำแนกประเภทของจำนวนควรทำความเข้าใจองค์ประกอบและคำศัพท์ของตัวเลขกันก่อน ดังนี้

  1. เครื่องหมายแสดงจำนวนบวกลบ เรียกว่า Sign
  2. จุดทศนิยม เรียกว่า Decimal Point
  3. จำนวนหน้าจุดทศนิยม เรียกว่า Whole Part
  4. จำนวนหลังจุดทศนิยม เรียกว่า Fraction Part

จำนวนในทางคณิตศาสตร์ถูกจัดประเภทกว้างๆได้ดังนี้

Natural Number (จำนวนธรรมชาติ)

จำนวนธรรมชาติ คือ จำนวนที่ใช้นับสิ่งของ เช่น ดินสอ 3 แท่ง, รถ 52 คัน หรือ จำนวนที่ใช้บอกลำดับ อวยชัยสอบได้ที่ 2 ของห้อง เป็นต้น สังเกตได้ว่าจำนวนในตัวอย่างเหล่านี้ ไม่ระบุ Fraction Part หรือเครื่องหมายลบ เช่นไม่มีใครพูดว่า รถ 52.7 คัน หรือ รถ -52 คัน

ด้วยเหตุนี้จำนวนธรรมชาติจึงเป็นจำนวนบวกที่ไม่มีส่วนทศนิยมหรือจำนวนติดลบ

แหล่งอ้างอิงหลายแห่ง รวม 0 เป็นจำนวนธรรมชาติแต่บางแหล่งก็ไม่ แต่ถ้าเอาตามมาตรฐานอุตสาหกรรม ISO 80000-2 ที่ว่าด้วยมาตรฐานเกี่ยวกับปริมาณและหน่วยวัด ได้จัดให้ 0 เป็นจำนวนธรรมชาติด้วย

สัญลักษณ์ที่ใช้แทนสมาชิกจำนวนธรรมชาติคือตัวเอ็นใหญ่ (N) และ สมาชิกของ N คือ 0, 1, 2, 3, 4, 5, …

Integer Number (จำนวนเต็ม)

จำนวนเต็มคือจำนวนที่มีแต่ส่วน Whole Part ที่อาจมีเครื่องหมายบวกหรือลบ แต่ยังคงไม่มี Fraction Part หรือ อาจจะบอกได้ว่า จำนวนเต็มคือจำนวนธรรมชาติที่มีความเป็นไปได้ทั้งทางบวกและลบ

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับจำนวนเต็มคือจำนวนติดลบ ซึ่งไม่สามารถเห็นได้ในเชิงรูปธรรม เช่น อวยชัยมีดินสอ -3 แท่ง ซึ่งหากไม่มีใครอธิบายเพิ่มเติมก็คงไม่มีใครเข้าใจว่าหมายถึงอะไร แต่ถึงกระนั้นก็มีหลักฐานว่ามีการใช้จำนวนติดลบกันมานานแล้ว หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดของการใช้จำนวนติดลบคือหนังสือว่าด้วยการคำนวณของจีนชื่อว่า “Jiuzhang Suanshu” หรือแปลไทยได้ว่า “เก้าบทของศาสตร์แห่งการคำนวณ” ไม่มีชื่อผู้เขียนและไม่รู้ว่าเขียนขึ้นมาเมื่อใด แต่จากหน่วยวัดที่ใช้ในหนังสือทำให้คาดการณ์กันว่าเขียนขึ้น 200 ปีก่อนคริสต์ศักราช หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงวิธีการคำนวณพื้นฐาน การบวกลบคูณหาร การหาพื้นที่ และอีกมากมาย หนังสือเล่มนี้ยังพูดถึงความเป็นไปได้ของผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณด้วยว่าอาจเป็นจำนวนติดลบ

ในโลกของความเป็นจริง จำนวนลบต้องมีการบอกความหมายกำกับ ซึ่งโดยมากก็มักจะมีความหมายตรงข้ามกับจำนวนบวก เช่น ในอินเดียคริสต์ศักราชที่ 600 จำนวนบวกใช้แทนสินทรัพย์ที่ตัวเองถืออยู่ จำนวนลบใช้แทนหนี้ หรือ ในวิชาฟิสิกส์ เครื่องหมายบวกลบใช้แทนทิศทางที่ตรงข้ามกัน เช่น บวกใช้แทนการเคลื่อนที่ไปหน้า ลบใช้แทนการเคลื่อนที่ไปข้างหลัง เป็นต้น

สัญลักษณ์ที่ใช้แทนสมาชิกจำนวนเต็มคือตัวแซดใหญ่ (Z) และ สมาชิกของ Z คือ …, -3, -2, -1, 0, 1, 2, 3, …

Rational Number (จำนวนอัตราส่วน ชื่อทางการ จำนวนตรรกยะ)

จำนวนอัตราส่วน คือ จำนวนตัวเลขใดที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเขียนในรูปแบบของอัตราส่วนได้หรือมีลักษณะดังที่เขียนไว้ข้างล่าง

โดยที่ a และ b เป็นเลขจำนวนเต็ม (Integer) และ b ต้องไม่เท่ากับศูนย์

ฉะนั้น 5, 43.543, -0.689 จึงจัดเป็นจำนวนอัตราส่วนเพราะสามารถเขียนในรูปแบบอัตราส่วนได้ ดังที่เขียนไว้ข้างล่าง

แต่ไม่ใช่จำนวนที่มีทศนิยมทุกตัวจะเป็นจำนวนอัตราส่วน จำนวนที่มีทศนิยมหลักไม่จำกัดแบบไม่มีวนซ้ำ เช่น 0.652024721… ไม่จัดว่าเป็นจำนวนอัตราส่วน รวมถึงค่าพาย (π) แต่จำนวนที่มีทศนิยมหลักไม่จำกัดแบบวนซ้ำ เช่น 123.166166… จัดว่าเป็นจำนวนอัตราส่วน

ข้อดีของการรู้ว่าจำนวนเป็นจำนวนอัตราส่วนคือการคำนวณที่ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น 43.77777… คูณด้วย 18 จะไม่สามารถนำมาคูณได้ แต่ 43.77777… จัดเป็นจำนวนอัตราส่วนและถูกพิสูจน์ว่ามีค่าเท่ากับ 394/9 ซึ่งทำให้นำมาคูณกับ 18 ได้ ผลลัพธ์คือ 788

สัญลักษณ์ที่ใช้แทนสมาชิกจำนวนอัตราส่วนคือตัวคิวใหญ่ (Q)

Real Number (จำนวนจริง)

จำนวนจริงคือจำนวนที่เป็นไปได้ทั้งหมดที่อยู่บนเส้นจำนวน ในโลกแห่งความเป็นจริงจำนวนจริงคือจำนวนที่อาจเป็นไปได้ทั้งหมดที่ได้จากการวัด

สัญลักษณ์ที่ใช้แทนสมาชิกจำนวนจริงคือตัวอาร์ใหญ่ (R)

Complex Number (จำนวนเชิงซ้อน)

จำนวนเชิงซ้อนคือจำนวนจริงรวมไป Imaginary Number หรือจำนวนจินตภาพ โดยจำนวนจินตภาพนั้นเป็นจำนวนที่ไม่สามารถวัดได้ในโลกของความเป็นจริง แต่เกิดขึ้นได้จากการคำนวณทางคณิตศาสตร์ เป็นจำนวนซึ่งไม่สามารถเขียนเป็นจำนวนหนึ่งตัวได้ ต้องมีตัวดำเนินการ (Operator) ติดไว้เสมอเพราะไม่สามารถทำอะไรต่อได้แล้ว เช่น รูทของ -1 เป็นต้น

สัญลักษณ์ที่ใช้แทนสมาชิกจำนวนเชิงซ้อนคือตัวซีใหญ่ (C)

ความสัมพันธ์ของแต่ละประเภท

จำนวนธรรมชาติ (N) = ศูนย์และรวมสมาชิกจำนวนเต็มบวก

จำนวนเต็ม (Z) = N และรวมสมาชิกจำนวนเต็มลบ

จำนวนอัตราส่วน (Q) = Z และรวมสมาชิกจำนวนทศนิยมจำกัดหลักและรวมสมาชิกจำนวนทศนิยมไม่จำกัดหลักแบบวนซ้ำ

จำนวนจริง (R) = Q และรวมสมาชิกจำนวนทศนิยมไม่จำกัดหลักแบบไม่วนซ้ำ

จำนวนเชิงซ้อน (C) = Rและรวมสมาชิกจำนวนจินตภาพ

ทำไมค่า π จึงไม่ใช่ Rational Number\ Why is not π Rational Number

Rational Number หรือ จำนวนอัตราส่วน (ชื่อทางการคือ จำนวนตรรกยะ) คือจำนวนที่สามารถเขียนให้อยู่ในรูป a/b ได้ โดยที่ทั้ง a และ b ต้องเป็นจำนวนเต็ม และ b ไม่เท่ากับศูนย์

ค่าพายคือ อัตราส่วนระหว่างเส้นรอบวงกลมต่อเส้นผ่าศูนย์กลางซึ่งเป็นค่าคงที่เสมอคิดเป็น 22/7 หรือ 3.14159265359 จะเห็นได้ว่าค่าพายสามารถเขียนอยู่ในรูป a/b ได้ แต่เหตุใด ค่าพายจึงไม่จัดให้เป็น Rational Number

คำตอบก็คือ จำนวนที่จัดว่าเป็นจำนวนอัตราส่วน จำนวนนั้นจะต้องพิสูจน์ว่าแปลงเป็น a/b ได้ ไม่ใช่ว่ามีค่า a และ b ที่ทำให้เกิดจำนวนนั้นหรือไม่

หรือถ้าเขียนให้เข้าใจง่ายกว่านั้นคือ

ให้ A เป็นจำนวน

A จะเป็นจำนวนอัตราส่วนถ้า A-> a/b ได้ ไม่ใช่ a/b -> A

ฉะนั้นการที่รู้ว่า 22/7 มีค่า 3.14159… จึงไม่ถือเป็นการพิสูจน์ว่า 3.14159… เป็น Rational Number

3.14159… จะจัดเป็น Rational Number ถ้า 3.14159… พิสูจน์ได้ว่าเป็น 22/7

ยกตัวอย่างตัวเลขที่พิสูจน์ว่าแล้วว่าเป็น Rational Number พร้อมวิธีพิสูจน์สองตัวคือ 45.765 กับ 43.77777…

อันดับแรกพิสูจน์ว่า 45.765 เป็นจำนวนอัตราส่วนโดยให้ A มีค่า 45.765 เป็นดังสมการที่ 1

คูณ 1000 ทั้งสองข้างในสมการที่ 1 เพื่อให้ 45.765 กลายเป็น 45765 ที่เป็นจำนวนเต็ม จะได้ผลลัพธ์เป็นสมการที่ 2

นำ 1000 มาหารทั้งสองข้างในสมการที่ 2 จะได้ผลลัพธ์เป็นสมการที่ 3 และเป็นข้อพิสูจน์ว่า 45.765 ในสมการที่ 1 เป็น 45765/1000 ในสมการที่ 3 และ เป็นข้อพิสูจน์ว่า 45.765 เป็นจำนวนอัตราส่วน

ถัดมาพิสูจน์ว่า 43.77777… เป็นจำนวนอัตราส่วน การพิสูจน์นี้ดูได้ที่ลิงค์นี้

สังเกตว่าการพิสูจน์เริ่มต้นที่จำนวน ก่อนที่จะเปลี่ยนรูปไป a/b ซึ่ง ค่าพายหรือ 3.14159… ไม่สามารถทำแบบนั้นได้ ด้วยเหตุนี้ ค่าพายจึงไม่จัดเป็นจำนวนอัตราส่วน

โดยความเป็นจริงยังมีอีกหลายวิธีในการพิสูจน์ว่าค่าพายไม่ใช่จำนวนอัตราส่วน แต่มีความยุ่งยากเกินไปจึงไม่ขอกล่าวถึงในที่นี้หรืออาจกล่าวถึงในภายหลัง

พิสูจน์ว่าจำนวนมีทศนิยมหลักไม่จำกัดแบบวนซ้ำเป็น Rational Number

Rational Number หรือ จำนวนอัตราส่วน (ชื่อทางการคือจำนวนตรรกยะ) คือจำนวนที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเปลี่ยนให้อยู่ในรูป a/b ได้ โดยที่ a และ b เป็นจำนวนเต็ม (Integer Number) และ b ไม่เท่ากับศูนย์

จำนวนทศนิยมหลักจำกัด เช่น 5.23, -6.89, 0.653 ถือเป็นจำนวนอัตราส่วนโดยดูจากลิงค์นี้

ส่วนจำนวนทศนิยมหลักไม่จำกัดเช่น 5.2738742937… ไม่ถือเป็นจำนวนอัตราส่วน แต่มีข้อยกเว้น คือ ถ้าส่วนทศนิยม (Fractional Part) มีการวนซ้ำ เช่น 43.77777… หรือ -0.661661661… จะถือว่าจำนวนนั้นเป็นจำนวนอัตราส่วน

การพิสูจน์

การพิสูจน์ว่า 43.77777… สามารถเปลี่ยนรูปเป็นอัตราส่วนได้ เริ่มโดยการให้ A มีค่าเท่ากับ 43.77777… เป็นสมการที่ 1

นำ 10 คูณทั้งสองข้างในสมการที่ 1 จะได้สมการที่ 2

นำสมการที่ 2 และ 1 มาลบกัน จะได้สมการที่ 3

ผลลัพธ์จากการนำ 437.7777… ลบด้วย 43.7777 เนื่องจาก Fraction Part ของเลขทั้งสองตัวเป็น 7 ที่มีจำนวนหลักเป็นอนันต์ด้วยกันทั้งคู่จึงหักลบกันหมดเหลือแต่ส่วนที่เป็นจำนวนเต็ม 394 จากนั้นนำ 9 มาหารทั้งสองข้าง จะได้สมการที่ 4

สังเกตได้ว่าผลลัพธ์สุดท้ายเป็นอัตราส่วน และถ้านำ 394 มาหาร 9 ก็จะได้ 43.77777… จริง

การพิสูจน์ว่า -0.661661661… สามารถเปลี่ยนรูปเป็นอัตราส่วนได้ ใช้หลักการเดียวกับ 43.77777… เพียงแต่จำนวนหลักวนซ้ำใน Fractional Part ของ -0.661661661… คือ 661 ซึ่งมีสามหลัก ฉะนั้น ในสมการที่ 2 จึงคูณ 1000 ทั้งสองข้างแทน

ทำไม Rational Number ถึงถูกเรียกว่า จำนวนตรรกยะ

ตอนสมัยผู้เขียนยังเด็ก ถูกสอนว่าจำนวนที่สามารถเขียนให้อยู่ในรูปอัตราส่วนได้ เรียกว่าจำนวนตรรกยะ เนื่องจากขณะนั้นยังเด็ก ก็ไม่ได้เข้าใจจริงๆว่าทำไมถึงเรียกชื่อแบบนั้น พอโตมาถึงรู้ว่า จำนวนตรรกยะมีชื่อเรียกต้นทางในภาษาอังกฤษว่า Rational Number ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยหนักขึ้นไปอีก

Rational แปลว่าอะไร

ความหมายของ Rational ในดิกชันนารี Merriam-Webster คือ “based on facts or reason and not on emotions or feelings” แปลไทยได้ว่า “อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและไม่ใช้อารมณ์หรือความรู้สึก” อีกความหมายหนึ่งคือ “having the ability to reason or think about things clearly” แปลไทยได้ว่า “มีความสามารถที่จะมีเหตุผลหรือคิดถึงสิ่งต่างๆได้อย่างกระจ่างแจ้ง”

จากการหาในคำว่า Rational ใน Longdo Dict ซึ่งรวบรวมความหมายจากหลายพจนานุกรมเอาไว้ สามารถแปลสรุปได้ว่า “มีเหตุผล”

ตรรกยะ แปลว่าอะไร

ความหมายของตรรกยะตามในเว็บพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ๒๕๕๔ พบว่า ไม่พบคำศัพท์นี้ แต่ผู้เขียนเข้าใจเอาเองว่า ตรรกยะ น่าจะเป็นรากศัพท์มาจาก ตรรกะ ซึ่งแปลความได้ว่า “ความตรึก, ความคิดอย่างใช้เหตุผล” ซึ่งตรงจุดนี้เอง การใช้ ตรรกยะ เป็นคำไทยที่แปลจาก Rational จึงสมเหตุสมผล แต่…

ทำไมจำนวนอัตราส่วนถึงเรียกว่า Rational ?

คำถามนี้เป็นคำถามที่คาใจผู้เขียนมาก

จากตอนต้นบทความ Rational แปลได้ว่า มีเหตุผล ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยว่า จำนวนอัตราส่วนกลายเป็นจำนวนมีเหตุผลได้แล้วกลายเป็นจำนวนตรรกยะได้อย่างไร?

แต่ต่อมาผู้เขียนพบว่า Rational ที่ใช้ใน Rational Number นั้น ไม่ใช่ Rational ที่แปลว่ามีเหตุผล แต่เป็นการผสมคำระหว่าง ratio กับ nal หรือ ration กับ nal ก็ได้

จาก Longdo Dict แปล ratio และ ration ได้ว่า อัตราส่วนและปันส่วนตามลำดับ ส่วนคำว่า nal มักจะใส่ลงท้ายคำนามเพื่อแปลงให้เป็นคำวิเศษณ์ หรือ คำขยายคำนาม แปลความได้ว่า เกี่ยวข้องหรือมีความเกี่ยวข้อง เช่น Profession เป็นคำนามแปลว่าอาชีพ ส่วน Professional เป็นคำวิเศษณ์แปลว่า เกี่ยวกับอาชีพหรือมีความเชี่ยวชาญ

ฉะนั้น Rational Number ในที่นี้จึงหมายถึง จำนวนที่มีลักษณะเป็นอัตราส่วน ไม่ใช่จำนวนมีเหตุผลแต่อย่างใด

ด้วยเหตุนี้การแปล Rational Number เป็น จำนวนตรรกยะ จึงไม่ถูกต้องในแง่ของความหมาย

ควรเปลี่ยนชื่อไหม?

สิ่งที่จะเขียนต่อไปนี้ มาจากความคิดเห็นของผู้เขียน ที่ไม่มีหลักการอ้างอิง ผู้อ่านอาจเห็นด้วยหรือไม่ก็ได้ หรือถ้ามีตรงไหนไม่ถูกหลักวิชาการ สามารถเห็นแสดงความคิดเห็นเข้ามาได้ ขอบคุณล่วงหน้า

โดยส่วนตัว คิดว่าควรเปลี่ยนเพื่อให้ชื่อนั้นสื่อถึงความหมายได้อย่างถูกต้อง

บางท่านที่อ่านถึงตรงนี้ อาจจะไม่เห็นด้วยพร้อมให้เหตุผลว่า ถ้าเปลี่ยนเพราะถ้าต้องเปลี่ยนชื่อเพราะความหมายไม่ถูกต้อง ก็ต้องเปลี่ยนกันหลายชื่อ เช่น ปลาโลมาไม่ใช่ปลาเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมต้องเปลี่ยนชื่อ หรือ ปลาหมึกก็ไม่ใช่ปลาเช่นเดียวกันต้องเปลี่ยนชื่อ เป็น

ในแง่ของสัตว์น้ำที่กล่าวมา ต้องเข้าใจก่อนว่าชื่อเหล่านี้ล้วนถูกตั้งมาตั้งแต่คนสมัยก่อน ก่อนที่จะรู้จักแยกแยะสัตว์ตามหลักชีววิทยา ถ้าสังเกตจะพบว่า มีคำว่าปลาในสัตว์น้ำหลากหลายชนิดแสดงให้เห็นว่า คนสมัยก่อนเรียกปลาเพราะมันอาศัยอยู่ในน้ำ มีครีบและว่ายน้ำได้ ทั้งปลาหมึก ปลาโลมาและอีกสารพัดปลาที่ใช้ในคำไทย ต่อมาเมื่อมีความรู้มากขึ้น เริ่มจำแนกสัตว์ตามหลักชีววิทยา ปลาในความหมายปัจจุบันจึงใช้เรียกสัตว์ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า fish และเริ่มสงสัยกันว่าต่อไปโลมาต้องเรียกว่าปลาไหม

แล้วในความเห็นผู้เขียนจะต้องเปลี่ยนชื่อปลาโลมาหรือปลาหมึกหรือไม่ คำตอบของผู้เขียนคือ จะเปลี่ยนหรือไม่ก็ได้ ถ้าเปลี่ยนก็แสดงว่าปลาในคำไทยต่อไปจะมีความหมายเช่น fish ในภาษาต่างประเทศ ถ้าไม่เปลี่ยน ปลาก็ยังมีความหมายดั่งเดิมของมันคือสัตว์ที่อยู่ในน้ำและว่ายน้ำได้ ซึ่งไม่ว่าจะมีความหมายใด มันบอกลักษณะของสิ่งที่กล่าวถึงได้อย่างถูกต้องทั้งคู่ โดยที่อย่างหลังเจาะจงน้อยกว่าเท่านั้น เช่น ปลาหมึกไม่ใช่ fish (ปลาในความหมายทางชีวะ) แต่มันก็ยังเป็นสัตว์ที่อยู่ในน้ำ มีครีบและว่ายน้ำได้ (ปลาในความหมายดั้งเดิม) ปลาโลมาก็ไม่ใช่ fish (ปลาในความหมายทางชีวะ) แต่มันก็ยังเป็นสัตว์ที่อยู่ในน้ำ มีครีบและว่ายน้ำได้ (ปลาในความหมายดั้งเดิม)

แต่ในกรณีของ Rational Number ที่มีชื่อไทยว่าจำนวนตรรกยะและมีความหมายว่า จำนวนอันมีเหตุผล ไม่สอดรับหรือใกล้เคียงกับลักษณะที่แท้จริงของมัน อีกทั้งยังไม่สอดรับกับความหมายของ Rational Number ที่ต้องการจะแปลให้ความหมายว่าจำนวนที่เกี่ยวข้องกับอัตราส่วน

ทั้งหมดคือเหตุผลของผู้เขียนที่ใช้ในการตัดสินใจว่าควรเปลี่ยน

Control Plane (คอนโทรล เพลน) คืออะไร

Control Plane เป็นคำที่ใช้ในงานโครงข่าย (Network) แปลไทยคือส่วนงานควบคุม เป็นส่วนงานที่อยู่ระหว่าง ส่วนงานข้อมูลและส่วนงานจัดการ เป็นส่วนงานที่จะระบุว่าข่าวสารที่รับเข้ามานั้น จะต้องไปที่ใดต่อ เป็นหนึ่งในสามส่วนงานที่อุปกรณ์โครงข่ายต้องมี

อ่านเพิ่มเติม “Control Plane (คอนโทรล เพลน) คืออะไร”

Management Plane (เมเนจเมนท์ เพลน) คืออะไร

Management Plane เป็นคำที่ใช้ในงานโครงข่าย (Network) แปลไทยคือส่วนงานจัดการ เป็นส่วนงานที่ใกล้ชิดกับเจ้าของอุปกรณ์หรือเซอร์วิสมากที่สุด เป็นส่วนรับคำสั่งรวมถึงนโยบาย (Policy) จากเจ้าของอุปกรณ์หรือเซอร์วิสนั้น เป็นหนึ่งในสามส่วนงานที่อุปกรณ์โครงข่ายต้องมี

อ่านเพิ่มเติม “Management Plane (เมเนจเมนท์ เพลน) คืออะไร”

Data Plane (ดาต้า เพลน) คืออะไร

Data Plane เป็นคำที่ใช้ในงานโครงข่าย (Network) แปลไทยคือส่วนงานข้อมูล เป็นส่วนงานที่ใกล้ชิดสื่อนำข้อมูล (สายแลน, วายฟาย, ฯลฯ) มากที่สุด ทำหน้าที่รับและส่งข่าวสาร (Message) ในอุปกรณ์โครงข่าย เป็นหนึ่งในสามส่วนงานที่อุปกรณ์โครงข่ายต้องมี

อ่านเพิ่มเติม “Data Plane (ดาต้า เพลน) คืออะไร”

ส่วนงาน (Plane) ในโครงสร้างพื้นฐานโครงข่าย อุปกรณ์โครงข่าย และ ระบบคลาวน์\ Plane in Network Infrastructure, Network Device and Cloud System

อุปกรณ์โครงข่ายเป็นอุปกรณ์ที่ซับซ้อนเพราะต้องทำงานกับข้อมูลและโปรโตคอลต่างๆมากมาย เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจภาพรวม จึงได้นำงานต่างๆมาจัดกลุ่มโดยแบ่งตามหน้าที่ แต่ละกลุ่มจะเรียกว่าส่วนงาน หรือ Plane เมื่อเวลาผ่านไป ระบบคลาวน์ถือกำเนิดขึ้น การจัดการโครงข่ายถูกทำงานในรูปแบบเสมือน (Virtual) หรือเรียกอีกอย่างว่าเซอร์วิส (Service) แต่ถึงกระนั้น ส่วนงานโครงข่ายในโลกของคลาวน์ก็ไม่ได้มีความแตกต่างจากโลกความจริงมากนัก ในบทความนี้จะแสดงให้เห็นส่วนงานที่มีในโครงงข่ายว่ามีอะไรบ้างและแต่ละส่วนมีหน้าที่แตกต่างอย่างไร

อ่านเพิ่มเติม “ส่วนงาน (Plane) ในโครงสร้างพื้นฐานโครงข่าย อุปกรณ์โครงข่าย และ ระบบคลาวน์\ Plane in Network Infrastructure, Network Device and Cloud System”

Cloud (คลาวน์) คืออะไร

เนื่องจากคลาวน์อยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคนไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม ผู้เกี่ยวข้องกับคลาวน์จึงมีหลายแบบ ทำให้เมื่อพูดถึงคลาวน์ ความหมายจึงแตกต่างกันไปตามประสบการณ์ของแต่ละคน ความหมายคลาวน์แต่ละคนจึงมีลักษณะเหมือนตาบอดคลำช้าง ถ้าคลำที่ขา ก็จะบอกว่าช้างแข็งตรง ถ้าคลำที่งวง ก็จะบอกว่าช้างอ่อนงอได้ ต่างคนต่างเห็นคลาวน์ในแบบฉบับของตัว ฉะนั้นเพื่อให้เ้ข้าใจตรงกันก็ควรจะเข้าใจความหมายทั้งหมด เพื่อให้การสื่อสารกับบุคคลนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผู้เขียนแบ่งความหมายของคลาวน์ออกเป็นสี่จำพวกแบ่งตามลักษณะของผู้ใช้งาน ได้แก่ ความหมายสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ความหมายสำหรับนักพัฒนาแอปพลิเคชัน ความหมายสำหรับผู้ออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และ ความหมายตามองค์กรชั้นนำกำหนด โดยสามความหมายแรกเป็นความหมายจากการสังเกตของผู้เขียนเอง

อ่านเพิ่มเติม “Cloud (คลาวน์) คืออะไร”